ไลฟ์บายดอกเตอร์พัฒน์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูตินรีเวช · ใบอนุญาตเลขที่ 10102004165
คู่มือครบวงจรตั้งแต่การประเมินครั้งแรก ขั้นตอนการรักษา ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังย้ายตัวอ่อน — เขียนเพื่อคนไข้ โดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย
IVF (In Vitro Fertilization) หรือ "เด็กหลอดแก้ว" คือกระบวนการนำไข่ของฝ่ายหญิงและอสุจิของฝ่ายชายมาผสมกันในห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) คือเทคนิคช่วยการปฏิสนธิที่พัฒนามาจาก IVF โดยใช้เข็มบางฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในไข่ 1 ใบโดยตรง เหมาะสำหรับกรณีน้ำเชื้อฝ่ายชายมีปัญหา หรือเคยล้มเหลวจาก IVF ธรรมดา
พบแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ ตรวจเลือด (AMH, TSH, ฮอร์โมนพื้นฐาน) และตรวจน้ำเชื้อฝ่ายชาย เพื่อออกแบบแผนการกระตุ้นไข่ที่เหมาะสมกับคุณ
ฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ประมาณ 8–12 วัน เพื่อให้ไข่หลายใบเจริญพร้อมกัน ระหว่างนี้มาอัลตราซาวด์และตรวจเลือดเป็นระยะเพื่อปรับปริมาณยา เมื่อไข่โตเพียงพอ แพทย์จะสั่งยา "trigger shot" ให้ไข่สุกพร้อมเก็บ
ประมาณ 34–36 ชั่วโมงหลัง trigger shot จะเก็บไข่โดยใช้เข็มดูดผ่านทางช่องคลอด ภายใต้อัลตราซาวด์นำทาง คนไข้ได้รับยาหลับเบาๆ (sedation) ไม่เจ็บ ใช้เวลา 30–40 นาที พักฟื้น 1–2 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้
ในห้องปฏิบัติการ นำไข่มาผสมกับอสุจิ — วิธี IVF ปล่อยให้ปฏิสนธิเองในจาน หรือวิธี ICSI ฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรง จากนั้นวางในตู้เพาะเลี้ยงที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และก๊าซอย่างแม่นยำ
ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตในตู้เพาะเลี้ยง 3–6 วัน จนถึงระยะ blastocyst นักวิทยาการเอมบริโอจะประเมินคุณภาพและคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุด อาจใช้ EmbryoScope หรือ AI ช่วยติดตามการเจริญตลอดเวลา
ตัดเซลล์ตัวอย่างจากตัวอ่อนระยะ blastocyst ส่งตรวจโครโมโซม 23 คู่ เพื่อคัดตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติก่อนย้าย ช่วยลดโอกาสแท้งและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จ
ใส่ตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูกผ่านทางปากมดลูกด้วยหลอดบางๆ ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที ไม่ต้องดมยา สามารถทำได้ทั้งแบบย้ายรอบสด (Fresh Transfer) หรือแช่แข็งเพื่อย้ายรอบถัดไป (Frozen Embryo Transfer)
ประมาณ 10–14 วันหลังย้ายตัวอ่อน ตรวจเลือดวัดค่า β-hCG เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ หากตั้งครรภ์ จะติดตามอัลตราซาวด์เพื่อดูถุงตั้งครรภ์และการเต้นของหัวใจทารก
อัตราการตั้งครรภ์แต่ละรอบขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะ อายุของฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุด:
ปัจจัยอื่น เช่น สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก คุณภาพน้ำเชื้อ ประวัติการตั้งครรภ์ และสุขภาพโดยรวม ก็มีผลด้วย
ไม่จริง การกระตุ้นไข่ในการทำ IVF ใช้ไข่ที่ร่างกาย "จะสละทิ้งอยู่แล้ว" ในรอบเดือนนั้นๆ เพียงแต่ช่วยให้ไข่กลุ่มนั้นเจริญพร้อมกันครบทุกใบ ไม่ได้ดึงมาจากไข่สำรองในอนาคต
งานวิจัยพบว่าไม่จำเป็นต้องนอนพักนานๆ หลังย้ายตัวอ่อน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เว้นแต่หลีกเลี่ยงการยกของหนักและออกกำลังกายหักโหม
ปัจจุบันเราแนะนำ "eSET" (Elective Single Embryo Transfer) หรือย้ายตัวอ่อนครั้งละ 1 ตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์แฝด ทั้งกับแม่และทารก
ข้อมูลปัจจุบันชี้ว่าอัตราความผิดปกติแต่กำเนิดของเด็กที่เกิดจาก IVF อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อควบคุมปัจจัยอายุและสุขภาพของพ่อแม่แล้ว
โดยทั่วไปคุณสามารถทำงานได้ตามปกติเกือบทั้งกระบวนการ ยกเว้นวันเก็บไข่ที่ควรพัก 1 วัน วันย้ายตัวอ่อนอาจพักครึ่งวันถึงเต็มวันเพื่อผ่อนคลาย
โดยทั่วไปเว้นอย่างน้อย 1–2 รอบเดือนก่อนเริ่มรอบใหม่ เพื่อให้รังไข่และเยื่อบุมดลูกฟื้นตัว แพทย์จะทบทวนสาเหตุที่ไม่สำเร็จและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม
โดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย จากช่อง Fertile by Dr. Pat
Embryo Journey — เส้นทางของตัวอ่อน
การให้เกรดตัวอ่อน Blastocyst
ไข่สุก ไข่อ่อน หน้าตาเป็นอย่างไร
กระตุ้นไข่เริ่มวันไหนของรอบเดือนก็ได้ (Random-start)