ไลฟ์บายดอกเตอร์พัฒน์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูตินรีเวช · ใบอนุญาตเลขที่ 10102004165

ส่องกล้องโพรงมดลูก (Digital Hysteroscopy)

ส่องดูภายในโพรงมดลูกด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียดสูง ทำที่คลินิก ไม่มีแผลผ่าตัด เตรียมตัวน้อย กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

คำสำคัญ: office hysteroscopy · digital hysteroscopy · มดลูกวิรูป (T-shaped uterus) · ติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก · เนื้องอกใต้เยื่อบุโพรงมดลูก

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการผ่าตัดในปัจจุบัน ทำให้เครื่องมือส่องกล้องมีขนาดเล็กลง กล้องคมชัดและขยายภาพได้ละเอียดขึ้น และการวิเคราะห์ภาพก็แม่นยำมากขึ้น รวมถึงการใช้ AI เข้ามาช่วยประเมินความผิดปกติภายในโพรงมดลูก ทั้งหมดนี้ทำให้ การส่องกล้องโพรงมดลูก สามารถทำที่คลินิกได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดของโรงพยาบาล วิธีการนี้เรียกว่า Office Hysteroscopy ซึ่งใช้ได้ทั้งเพื่อ วินิจฉัย (diagnostic hysteroscopy) และเพื่อ รักษา (operative hysteroscopy)

3–4 มม.
ขนาดของกล้อง
≤ 10 ซม.
ความยาวที่เข้าสู่ร่างกาย
~ 30 นาที
เวลาที่ใช้ในการทำ
1–2 ชม.
พักฟื้นที่คลินิก

เมื่อไหร่ที่ควรทำการส่องกล้องโพรงมดลูก

ข้อบ่งชี้ที่พบได้บ่อย เช่น

ทำไมต้อง "Digital"? กล้องของเราใช้เซนเซอร์ดิจิทัลความละเอียดสูง เก็บภาพภายในโพรงมดลูกได้อย่างละเอียด ช่วยให้เห็นความผิดปกติที่เล็กมาก รวมถึงความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น มดลูกรูปตัว T ซึ่งมักตรวจไม่พบจากอัลตราซาวด์ 2 มิติเพียงอย่างเดียว

ก่อนทำการส่องกล้อง

ที่ LIFE by Dr. Pat เราใช้เทคนิค Vaginoscopy (No-touch technique) คือ ไม่ใช้อุปกรณ์ถ่างช่องคลอด ไม่ใช้ที่หนีบปากมดลูก และไม่ต้องขยายปากมดลูก เมื่อรวมกับกล้องดิจิทัลขนาดเล็ก ทำให้ลดความเจ็บปวดจากอุปกรณ์ลงได้อย่างมาก จึงเตรียมตัวน้อยมาก คนไข้ส่วนใหญ่เพียงมาตามเวลาที่นัดและดูแลความสะอาดตามปกติ คล้ายกับการเตรียมตัวมาทำอัลตราซาวด์หรือตรวจภายในทั่วไป

ข้อดีและข้อจำกัด

กล้องส่องโพรงมดลูก (hysteroscope) เป็นท่อกล้องขนาดเพียง 3–4 มิลลิเมตร สอดเข้าไปตามช่องปากมดลูกซึ่งเป็นทางธรรมชาติของร่างกาย จึงไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก ระยะที่กล้องเข้าไปในร่างกายไม่เกิน 10 เซนติเมตร ระหว่างการทำ จะปล่อยน้ำเกลือปราศจากเชื้อผ่านกล้องเพื่อขยายโพรงมดลูก ให้เห็นภาพชัดและมีพื้นที่ในการทำหัตถการ

ข้อดี

  • ไม่มีแผลผ่าตัดหรือรอยแผลเป็น
  • ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ถ่างช่องคลอดหรือหนีบปากมดลูก จึงเจ็บน้อยมาก
  • ไม่ต้องเตรียมปากมดลูกล่วงหน้า
  • ทำที่คลินิก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • ค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่าการทำในห้องผ่าตัด
  • กลับไปทำกิจกรรมปกติได้ในวันเดียวกัน

ข้อจำกัด

  • พยาธิสภาพบางอย่างอาจรักษาที่คลินิกไม่ได้ทั้งหมด เช่น เนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูก (intramural) หรือใต้เยื่อหุ้ม (subserosal) ที่ใหญ่กว่า 2 ซม. อาจต้องทำในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาล
  • พังผืดในโพรงมดลูกที่รุนแรงมาก หรือเลือดออกมาก อาจต้องเปลี่ยนไปทำในห้องผ่าตัดแบบดั้งเดิม

ระหว่างการทำหัตถการ

Digital Hysteroscopy ที่คลินิกแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน:

1. การส่องกล้องเพื่อวินิจฉัย

ความเจ็บปวดจากการทำหัตถการในโพรงมดลูก มักเกิดจากการที่อุปกรณ์สัมผัสกับผนังมดลูก ในการส่องกล้องเพื่อวินิจฉัย น้ำเกลือจะค่อยๆ ขยายโพรงมดลูก และกล้องจะเข้าไปได้โดยไม่สัมผัสผนัง จึงแทบไม่มีความเจ็บ

ด้วยเหตุนี้ การส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยที่ LIFE by Dr. Pat จึงทำ โดยไม่ต้องดมยาสลบหรือให้ยาหลับ คนไข้สามารถดูภาพจากจอที่ข้างเตียงได้ตลอดเวลา และคุณหมอพัฒน์ศมาจะอธิบายทีละขั้นตอนแบบเรียลไทม์

2. การส่องกล้องเพื่อการรักษา

เมื่อประเมินโพรงมดลูกและยืนยันพยาธิสภาพแล้ว จะให้ยาบรรเทาปวดและยาหลับอ่อนๆ (sedation) ก่อนเริ่มขั้นตอนการรักษา หัตถการทั้งหมดจะถูกบันทึกวิดีโอไว้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติการรักษา และให้สำเนากับคนไข้

การรักษาส่วนใหญ่ใช้เวลา ไม่เกิน 30 นาที จากนั้นพักในห้องพักฟื้น 1–2 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติ คนไข้สามารถเดินและเดินทางได้ในวันเดียวกัน

หลังการส่องกล้อง

การดูแลตัวเองหลังหัตถการ มุ่งเน้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกฟื้นตัวและพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน แนวทางที่พบบ่อย ได้แก่:

แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้แผลหายดี โพรงมดลูกพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน เพื่อการตั้งครรภ์ที่แข็งแรง

วิดีโอแนะนำสำหรับผู้ป่วย

คุณหมอพัฒน์ศมาอธิบายเทคนิค Vaginoscopy (No-touch) และสิ่งที่คนไข้จะได้พบเจอทั้งระหว่างและหลังการทำหัตถการ

ดูบน YouTube ↗

อ้างอิง

LINE WA