นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย
วว.สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, วว.เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, ป.ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG
Hydrosalpinx คืออะไร
Hydrosalpinx คือภาวะที่ท่อนำไข่ (fallopian tube) มีการอุดตันที่ปลาย fimbriae ทำให้ของเหลวสะสมอยู่ภายในท่อ ท่อจะขยายพองเหมือนถุงน้ำ (hydro = น้ำ, salpinx = ท่อ) อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
50%
ลดโอกาส IVF สำเร็จหากไม่รักษา
30–40%
พบในผู้ป่วย tubal factor infertility
สาเหตุ
- การอักเสบในอุ้งเชิงกราน (PID) — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักจากเชื้อ Chlamydia หรือ Gonorrhea
- เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
- ประวัติผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน — เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือผ่าตัดรังไข่
- วัณโรคทางเดินสืบพันธุ์ (พบน้อยในปัจจุบัน)
- ประวัติตั้งครรภ์นอกมดลูก
อาการ
ผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่มีอาการใดๆ และตรวจพบเมื่อเข้ารับการประเมินภาวะมีบุตรยาก อาการที่อาจพบได้ ได้แก่:
- ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์
- มีน้ำใสไหลออกจากช่องคลอด
- ประวัติมีบุตรยาก
- ประวัติแท้งซ้ำหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
Hydrosalpinx ส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร
ประเด็นสำคัญ: ของเหลวใน hydrosalpinx เป็นพิษต่อตัวอ่อน (embryotoxic) และสามารถไหลย้อนเข้าโพรงมดลูก ทำให้ตัวอ่อนที่ถูกย้ายเข้ามาไม่สามารถฝังตัวได้ หรือถ้าฝังตัวได้ก็มีความเสี่ยงแท้งสูง
งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าผู้ป่วยที่มี hydrosalpinx โดยไม่ได้รับการรักษาก่อน จะมี:
- อัตราการตั้งครรภ์ต่อรอบ IVF ลดลงประมาณ 50%
- อัตราการฝังตัว (implantation rate) ลดลง
- อัตราการแท้งเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
- อัตราการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกสูงขึ้น
การวินิจฉัย
- อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) — เห็นเป็นถุงน้ำยาวรูปไส้กรอกข้างมดลูก
- อัลตราซาวด์ 3D + SIS — ให้ความแม่นยำสูงขึ้น พร้อมประเมินโพรงมดลูก (ดูรายละเอียด 3D-TVUS)
- HSG (Hysterosalpingogram) — ฉีดสารทึบรังสีเข้าโพรงมดลูก ท่อบวมน้ำจะเห็นเป็นถุงพองที่ปลายท่อ
- Laparoscopy — ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อยืนยันและรักษาในการทำเดียวกัน
ทางเลือกการรักษา
1. Salpingectomy (การผ่าตัดเอาท่อนำไข่ออก)
วิธีมาตรฐาน สำหรับผู้ที่วางแผนทำ IVF ผ่าตัดผ่านกล้อง (laparoscopic) เอาท่อที่บวมน้ำออก ยืนยันด้วยงานวิจัยว่าช่วยเพิ่มอัตราสำเร็จ IVF กลับมาใกล้เคียงกับคนไข้ปกติ ข้อดี: กำจัดต้นเหตุ ข้อเสีย: เสียท่อนำไข่ข้างนั้นอย่างถาวร
2. Tubal Occlusion (การอุดท่อนำไข่ที่โคน)
ใช้ในกรณีที่ผ่าตัดเอาท่อออกยาก (เช่น มีพังผืดมาก) จะอุดที่โคนท่อแทน เพื่อหยุดการไหลย้อนของของเหลวเข้าโพรงมดลูก
3. Salpingostomy (การเปิดปลายท่อ)
ใช้ในผู้ที่ต้องการรักษาท่อไว้เพื่อพยายามมีบุตรตามธรรมชาติ อัตราสำเร็จต่ำและมีความเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกสูง
4. Ultrasound-guided Aspiration
ใช้เข็มดูดของเหลวออกจากท่อ ทำก่อนย้ายตัวอ่อน 1–2 วัน ข้อดี: ไม่ต้องผ่าตัด ข้อเสีย: ของเหลวมักจะกลับมาสะสมใหม่ในไม่กี่สัปดาห์
คำแนะนำจากงานวิจัยระดับ Cochrane: ผู้ที่มี hydrosalpinx และวางแผนทำ IVF ควรได้รับการผ่าตัดเอาท่อออก (salpingectomy) หรืออุดท่อ (tubal occlusion) ก่อนเริ่มกระตุ้นไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ
ควรรักษาก่อนหรือระหว่าง IVF ดี
โดยทั่วไปแนะนำให้ผ่าตัดก่อนเริ่มรอบ IVF เพื่อ:
- ให้มดลูกและอุ้งเชิงกรานฟื้นตัวก่อน
- ไม่ทำให้โปรแกรม IVF ต้องหยุดกลางคัน
- ประเมินอวัยวะข้างเคียงไปในตัวเดียวกัน
* เนื้อหานี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ความรู้ทั่วไป การวินิจฉัยและรักษาต้องประเมินเป็นรายบุคคลโดยแพทย์เฉพาะทาง